ปลาพลวงชมพูยังสามารถเลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้ด้วย นอกจากนี้ พบว่าชาวบ้านยังเลี้ยงปลาพลวงทอง พลวงหิน ปลาชะโอนหิน ปลาหวดและปลาน้ำจืดหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ไว้อีกหลายชนิด

จากผู้สื่อข่าวได้ สอบถาม นายสมโชค จึงได้เพาะเลี้ยงไว้ได้ประมาณ 1,000 ตัว อายุตั้งแต่ 4-7 เดือน ทำบ่อพลาสติกลึกประมาณ 50-60 เซนติเมตร ใส่ท่อซีเมนต์ไว้หลายท่อ เพื่อให้ปลาหลบซ่อนตัว ใช้น้ำจากภูเขาไหลผ่านบ่อต่างๆ

ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 5 บ่อ แต่หากเลี้ยงครบ 1 ปี ปลาพลวงชมพูจะมีน้ำหนักตัวละประมาณ 1 กิโลกรัม โดยมีราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละตั้งแต่ 2,000-3,500 บาท หากส่งออกไปต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง และมาเลเซียจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 5,000-6,000 บาท

ซึ่ง เลี้ยงปลาพลวงชมพูเกรดพรีเมี่ยม เพื่อให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ ที่สร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากมีสายน้ำจากเทือกเขาบรรทัดไหลผ่าน ทำให้น้ำใสสะอาด ปลาเนื้อแน่น โตเร็วไม่มีกลิ่นคาว ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำ เหมาะสำหรับเป็นที่อาศัยอยู่ปลาพลวงชมพูเป็นอย่างมาก

ซึ่ง นายสมโชค ตนเลี้ยงปลาพลวงชมพูมาประมาณ 1 ปี แต่ก่อนหน้านี้เลี้ยงมา 10 ปีแล้ว มีอยู่ประมาณ 1,000 ตัว เริ่มแรกก็เพื่อบริโภคในครัวเรือน รสชาติดี ราคาขายในตลาดตนไม่รู้ แต่รู้ว่าใน 3 จังหวัดบอกว่ากิโลกรัมละ 3,500 บาท

ท่านใดที่มองหารายได้เสริม คงไม่พ้นทางนี้อาจเป็นอีกทางที่ทำให้มีรายได้และได้ทำมาหากินในแบบพอเพียงและอยู่กับธรรมชาติอีกด้วย

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *